บทความ

คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ

08/11/2021
38129

Highlight


  • ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
  • การละเมิดสิทธิเสรีภาพที่จะร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ ต้องเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐเท่านั้น
  • ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพต้องร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน จึงจะนำคดีไปฟ้องที่ศาลรัฐธรรมนูญได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 213
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (11) มาตรา 46 มาตรา 47 และมาตรา 48

 

           การให้สิทธิประชาชนในการฟ้องคดีโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนวัตกรรมทางกฎหมายนำเข้าจากประเทศเยอรมนี โดยได้รับอิทธิพลจากเรื่อง “การร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญ” (Verfassungsbeschwerde; Constitutional Complaint) ซึ่งมีแนวคิดว่า ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจากการใช้อำนาจมหาชนย่อมมีสิทธิร้องทุกข์ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทยได้บัญญัติรับรองเรื่องดังกล่าวว่า “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ”

           กรณีของประเทศไทย การกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพซึ่งผู้ถูกละเมิดจะนำคดีมาฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้นั้น ต้องเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ อย่างไรก็ดี กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นเอาไว้ด้วยว่า การกระทำดังกล่าวจะต้องไม่ใช่กรณีดังต่อไปนี้

           1) การกระทำของรัฐบาล
           2) การกระทำที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
           3) การกระทำที่กฎหมายบัญญัติขั้นตอนและวิธีการไว้เป็นการเฉพาะ และยังมิได้มีการดำเนินการให้ครบถ้วนตามขั้นตอนหรือวิธีการดังกล่าว
           4) เรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอื่น หรือเรื่องที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว
           5) การกระทำของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
           6) การกระทำที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง คณะกรรมการตุลาการทหาร รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร

           สำหรับผู้ที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนี้ได้ ต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้น อย่างไรก็ดี ก่อนจะนำคดีมาฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายกำหนดว่าผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจะต้องไปยื่นคำร้องให้ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” พิจารณาภายใน 90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพดังกล่าว แต่หากเป็นกรณีที่การละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้นยังคงมีอยู่ ก็สามารถยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่การละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้นยังดำเนินอยู่

           เหตุที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพต้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน เพราะระบบกฎหมายต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินช่วยกลั่นกรองเรื่องในเบื้องต้นว่าเข้าข่ายที่จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ หากปล่อยให้ประชาชนสามารถฟ้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ทันที ก็จะมีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องรับภาระในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเกินสมควร ทั้งนี้ หากผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องที่ร้องเข้ามามีมูลเพียงพอก็จะส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยกฎหมายกำหนดเอาไว้ด้วยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง และจะต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องทราบภายใน 10 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

           อย่างไรก็ดี กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินปฏิเสธไม่ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพมีสิทธิยื่นคำร้องโดยตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องยื่นภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือวันที่พ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องยื่นคำร้องต่อศาลแล้วแต่ไม่ได้มีการยื่นคำร้องไป ทั้งนี้ ผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจะต้องระบุในคำร้องให้ชัดเจนด้วยว่า ตนถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจากการกระทำใด และการกระทำดังกล่าวละเมิดสิทธิเสรีภาพของตนอย่างไร หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเรื่องที่ร้องเข้ามาไม่มีสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลย่อมมีอำนาจที่จะไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา

           ที่ผ่านมาเคยมีคดีประเภทนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญบ้างแล้ว โดยกรณีที่จะหยิบยกมากล่าวถึงปรากฏในคำวินิจฉัยที่ 4/2563 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับแพทย์ที่รับทำแท้งให้กับหญิงรายหนึ่งซึ่งมาเข้ารับบริการ โดยแพทย์รายนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและแจ้งข้อหาว่ากระทำความผิดฐานทำให้แท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม แพทย์รายนี้มองว่ากฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับการทำแท้งทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติหลายประการ จึงร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเรื่องสิทธิในชีวิตและร่างกายของหญิงซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไว้หรือไม่

           ในเวลาต่อมา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งผลการพิจารณากับแพทย์รายดังกล่าวว่า แม้กฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะมีปัญหาในทางปฏิบัติจริง แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินมองว่ายังไม่ถือเป็นปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่จะเสนอไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ แพทย์รายนี้จึงใช้สิทธิยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง และท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า กฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน

           จากตัวอย่างคดีที่กล่าวมาสะท้อนว่า แม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนไว้ แต่ในทางปฏิบัติก็อาจเกิดกรณีที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจากการใช้อำนาจรัฐได้ การเปิดโอกาสให้ประชาชนยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนมีความมั่นคงและได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์สิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนนั่นเอง

 

More Information




Back to top